วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2565

ครั้งที่ 9

 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการคิดหากิจกรรมประดิษฐ์ของเหลือใช้จากขวดให้เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็กแรกเกิดถึง 3 ปีซึ่งกิจกรรมที่หามานั้นก็จะสอดคล้องกับช่วงวัยต่างๆแต่ละช่วงวัยก็จะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันเราจึงควรที่จะหากิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาการเด็ก ในช่วงวัยนั้นๆให้เหมาะสมเพราะมันจะเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านต่างๆ

พัฒนาการของเด็กแรกเกิดถึง1ปี  

การควบคุมศีรษะ เมื่อวัยแรกเกิดลูกน้อยจะคออ่อนมาก และจะเริ่มชันคอได้เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงวัย 1-2 เดือน แล้วจะยกคอหรือศีรษะเพื่อดูโมบายในที่นอน

วัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็กแรกเกิดถึง1ปีสามารถเริ่มขยับร่างกายได้

ส่งเสริมพัฒนาการ พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา

เช่น โมบาย

วิธีเล่น แขวนไว้ให้สูงกว่าตัวเด็ก ให้เด็กมองดูแล้วเด็กจะพยายามจับซึ่งเด็กก็จะได้ขยับร่างกาย

ประโยชน์ เพลิดเพลิน ผ่อนคลาย เด็กไปมีการขยับร่างกายส่วนต่างๆซึ่งจะพัฒนากล้ามเนื้อ


พัฒนาการของเด็กอายุ1-2ปี 

มีพัฒนาการที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งบางครั้งคุณพ่อคุณแม่จะมองว่าเป็นเด็กดื้อ (Terrible Two) เพราะลูกจะเชื่อฟังเราน้อยลง และมีพฤติกรรมใหม่ๆ ที่ท้าทายให้คุณแก้ปัญหาด้วย ซึ่งเหตุผลของความดื้อและเจ้าอารมณ์นั้นมักเกิดจากสาเหตุดังนี้

1. อยากรู้อยากเห็น 

2. เรียกร้องความสนใจ

3. ท้าทาย

4. เหนื่อย

5. หิว

การส่งเสริม ลูกจะพยายามหัดยืนและเดิน และทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ · ปีนขึ้นบันไดได้แต่ต้องมีคนช่วย ลงบันไดโดยการคลานถอยหลัง ถ้าเดินลงต้องก็ต้องจับมือของผู้ดูแล

วัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็กได้รู้จักใช้ร่างกายเคลื่อนไหว ขยับแขน ร่างกายในส่วนต่างๆ เพื่อให้เด็กเกิดจินตนาการในการเล่นของเล่น

เช่น ขวดแซก

วิธีเล่น เขย่าของเล่นให้เกิดเสียงต่างๆ เป็นจังหวะ

ประโยชน์ เด็กจะได้รู้การใช้ร่างกายมากขึ้น มีการจดจำเสียงจากของเล่นซึ่งจะช่วยให้เด็กมีการจำแนกเสียงของพ่อ แม่ได้ด้วย


พัฒนาการของเด็กอายุ2-3ปี
เด็กวัยกำลังเตาะแตะที่กำลังหัดเดิน ความอยากรู้อยากเห็นต่อโลกรอบตัวของลูกวัยหัดเดินนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกขณะที่ลูกสำรวจสิ่งใหม่ๆ สัมผัสสิ่งของต่างๆ และสร้างสัมพันธ์กับคนรอบๆ ข้าง ซึ่งมาพร้อมกับพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้และ

การส่งเสริม เด็กจะได้พัฒนาการส่งเสริมทางด้านร่างกายจากการขยับ พัฒนาการทางด้านภาษาจากการเลี้ยงตัวอักษรหรือตัวเลข

วัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็กได้รู้จักจดจำตัวเลข ตัวอักษร ได้

เช่น เรียงเลขจากฝาขวด

วิธีเล่น หมุนฝาขวดให้เรียงเลขจาก 1-10 หรือตัวอักษรที่เราทำไว้

ประโยชน์ เด็กจะได้เริ่มคิดและจดจำจากกิจกรรมที่ทำโดยการหมุนฝาขวดเรียงตามเลขหรือสีตัวอักษรเป็นต้น

ครั้งที่ 7

 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมสำหรับเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ปี ซึ่งเด็กตั้งแต่แรกเกิดจะมีพัฒนาการค่อนข้างที่จะสำคัญที่จะทำให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นคนดี แต่ละกิจกรรมที่ออกแบบให้เหมาะสมสำหรับเด็กจะสอดคล้องกับอายุและพัฒนาการสำหรับในช่วงวัยนั้นๆ ซึ่งจะพบว่าพัฒนาการสำหรับเด็กนั้นจะเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดาและเมื่อเด็กแรกเกิด เด็กจะมีพัฒนาการในระดับที่สามารถรับรู้ เรียนรู้ และดำรงชีวิตอยู่โดยมีการช่วยเหลือจากผู้เลี้ยงดู ในช่วงเวลานั้นสมองของเด็กจะต้องพัฒนาต่อไปโดยมีสิ่งสนับสนุนคือได้รับอาหารที่เหมาะสม เช่นได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่ร่วมกับการเลี้ยงดูในบรรยากาศที่มีการส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก ช่วงเวลาที่สมองมีการพัฒนาเร็วมากคือช่วง 3 ปีแรกของชีวิต 


ส่วนในกิจกรรมที่มีชื่อว่า"นวดสัมผัส"เป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทโดยการนวดร่างกายกระตุ้นตั้งแต่เส้นเลือด กล้ามเนื้อ หลอดเลือดหรือเซลล์ประสาทในร่างกายเพราะการสัมผัสเป็นภาษาแรกของทารกในการสัมผัสเป็นจุดเริ่มต้นในการสื่อสาร การสัมผัสรักจากพ่อและแม่จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสายใยความสัมพันธ์ของครอบครัวและเป็นส่วนหนึ่งใน การเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกน้อย ได้เป็นอย่างดี


ทารกแรกเกิด

         หมั่นให้ความสนใจเมื่อเด็กร้องและอุ้มเด็กไว้ เพื่อให้เกิดความอบอุ่นและเชื่อมั่น

         มองสบตาเด็กเมื่อเด็กอยู่ในระยะตื่นสงบ พยายามยิ้ม ทำสีหน้า แลบลิ้น ทำปากจู๋ พูดคุย ร้องเพลงระหว่างให้ลูกดูดนมแม่ เปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำ แสดงความดีใจและชมเชยเมื่อเด็กมีการตอบสนองต่อการกระตุ้นต่างๆ เช่นการเลียนแบบ ทำสีหน้า วาดรูปหน้าคนง่ายๆ หรือ นำตุ๊กตาสัตว์ มาให้ดู โดยถือห่างจากตาเด็ก 8-12 นิ้ว ต้องรอเวลาที่เหมาะสมในการเล่น หรือ กระตุ้นเด็ก



เด็กวัย 1ปี-1½ ปี

           พาเดินเล่นบ่อยๆ หัดพูดเป็นคำๆจากสิ่งต่างๆแวดล้อมตัวเด็ก สอนให้ร้องเพลง เต้นตามจังหวะ เลียนแบบผู้อื่น หัดกินอาหารด้วยช้อน ดื่มน้ำจากแก้วน้ำ หัดถอดกางเกง และหัดใส่กางเกง สอนให้บอกเวลาอุจจาระ ปัสสาวะ สอนให้รู้จักอวัยวะในร่างกาย สอนให้ดูรูปจากหนังสือ สอนให้เด็กขีดเขียนด้วยดินสอ


เด็กวัย 1½ – 2 ปี

           ให้เล่นเตะบอล โยนบอล ให้หัดดูหนังสือและพลิกทีละหน้า ให้เข้าห้องน้ำ ถอดกางเกงเวลาอุจจาระ ปัสสาวะ ให้กินอาหารด้วยตนเองพูดคุยซักถามให้เด็กตอบ สอนให้รู้จักสีแล จำนวน ให้หัดขีดเขียนรูปกากะบาด และวงกลม ให้ต่อแท่งไม้


เด็กวัย 2-3 ปี

           ส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง การวิ่งเล่น การเข้ากลุ่มกับเด็กอื่น ฝึกหัดการขีดเขียน ฝึกหัดการช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน การฝึกหัดขับถ่าย ฝึกหัดให้ควบคุมตนเองเวลาโกรธ โมโห สอนให้รักการอ่าน โดยมีคนทำเป็นตัวอย่าง มีหนังสือที่เหมาะสม และสอนให้รู้จักการแบ่งปัน






วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่ 5

 สิ่งที่ได้เรียนรู้ : ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยมากขึ้นผ่านการทำ mind map ซึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย วิธีการที่จะพัฒนาการเด็กปฐมวัยหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย หลักสูตรในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย การประเมินสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเป็นตัวที่จะทำให้คุณครูและผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัยมากขึ้นและยังสามารถที่จะนำความรู้จากการที่ทำ mind map มาประยุกต์และปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้อีกด้วย เช่น ความรู้ในเรื่องของการจัดการทำสื่อการสอนให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย การสังเกตพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยว่ามีลักษณะหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เป็นต้น


พัฒนาการสำหรับเด็กปฐมวัยมีการแบ่งเป็นด้านต่างๆ คือ พัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนาการด้านสติปัญญา พัฒนาการด้านอารมณ์และพัฒนาการด้านสังคม


ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องจะมีทฤษฎีต่างๆที่สอดคล้องเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย เช่น ทฤษฎีพัฒนาการบุคลิกภาพของอิรัคสัน ทฤษฎีเรียนรู้ทางสังคม ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของโฮเวิร์ดการ์ดเนอร์ ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาเพียเจต์ ทฤษฎีการเรียนรู้ของบรูเนอร์ ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบอร์ก ทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพของซิกมันด์ ฟรอยด์ เป็นต้น


หลักการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย : 1.การให้ความรักแก่เด็ก 2.การสั่งสอนไม่ควรที่จะเทศนา 3.การดุด่า ไม่ควรนำมาใช้เพราะจะทำให้เด็กกลัว เป็นต้น


สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย : ควรที่จะมีอุณหภูมิที่เหมาะสม แสงสว่างเพียงพอ ห้องเรียนตกแต่งให้น่าสนใจ ปราศจากเสียงรบกวน มีความปลอดภัยและสะอาด มีอุปกรณ์ที่พร้อมต่อในการเรียน เป็นต้น


สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้ : จะช่วยให้ผู้เรียนมีการพัฒนาในด้านต่างๆและช่วยสร้างรากฐานเป็นรูปธรรมและช่วยเพิ่มทักษะในเรื่องของการอ่านเป็นต้น


การประเมินเด็กปฐมวัย : เราจะเน้นในเรื่องของการลงมือปฏิบัติในการทำงานของเด็กและจดบันทึกพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่องแล้วดูว่าแนวโน้มเด็กมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เป็นต้น 


วิธีการในการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย : เด็กจะได้เรียนรู้จากการปรับตัว เรียนรู้จากการฝึกทักษะด้านต่างๆ เรียนรู้จากสัญชาตญาณ เรียนรู้จากการกระตุ้น แรงจูงใจ เป็นต้น 






วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่ 4

    สิ่งที่ได้เรียนรู้ - จากที่อาจารย์ให้ระบายสีกระดาษปากอ้าโดยให้เลือกระหว่างฮิปโปเตมัสกับลูกหมู คือเป็นเหมือนการช่วยเสริมสร้างทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์โดยการที่เราจะแต่งแต้มเติมสีให้กับตัวละครที่ระบายโดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความเป็นจริงว่าต้องเป็นสีอะไรและฝึกคิด ปลูกฝังในเรื่องของความอนุรักษ์โลกร้อนโดยการนำกล่องนมมา รียูส(Reuse) เพื่อทำเป็นตัวกระดาษปากอ้าและสามารถใส่นิ้วหรือสอดนิ้วตอนที่ขยับได้ง่ายกว่าที่ทำเป็นกระดาษ ซึ่งหลังจากที่ระบายสีกระดาษปากอ้าเสร็จอาจารย์จะให้กระดาษa4 มาแผ่นนึงและให้วาดรูปเกี่ยวกับกระดาษปากอ้าโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสัตว์เพื่อเป็นการฝึกความคิดและความสร้างสรรค์ในเรื่องของการออกแบบพร้อมกับฝึกกล้ามเนื้อหมัดเล็กในตอนที่วาดหรือระบายสีซึ่งมันจะเป็นประโยชน์ให้กับเด็กๆในอนาคตได้รู้จักปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้


    เราจะไปใช้ทำอะไรกับเด็ก - จะใช้สื่อการสอนที่ได้เรียนในวันนี้จากกิจกรรมกระดาษอ้าปากไปสอนให้กับน้องๆหรือเด็กๆ เพื่อเสริมทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านการสื่อสาร และด้านอื่นๆ ให้เกิดประโยชน์และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


    เด็กจะได้อะไร - เด็กจะได้รู้จักการคิด วิเคราะห์ ก่อนการลงมือทำพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องของการระบายสีในกระดาษปากอ้าที่เป็นรูปสัตว์ต่างๆและเด็กจะได้รู้จักการอนุรักษ์โลกร้อนโดยการที่นำกล่องนมหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆมาประยุกต์ทำเป็นกระดาษปากอ้าได้ ฝึกสมาธิให้กับเด็กได้รู้จักจดจ่อทำกิจกรรมต่างๆ


    ในเรื่องของการทำงาน - นี่คิดว่าตอนที่ให้ทำกิจกรรมกระดาษปากอ้าให้มาคนละแผ่นแล้วระบายสีซึ่งกล่องสีที่อาจารย์เตรียมให้มันจะมีอยู่แค่ไม่กี่กล่อง ซึ่งจะต้องแบ่งกับเพื่อนๆใช้และเป็นเหมือนกับการฝึกความคิดในเรื่องของการที่ไปสอนเด็กๆว่าการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมทำอย่างไรและได้รู้จักความสามัคคี การแบ่งปันในการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้ ซึ่งจะเป็นประสบการณ์และปลูกฝังความคิดให้กับเด็กๆตั้งแต่วัยเด็ก





วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่ 3

 สิ่งที่ได้เรียนรู้ - ได้รู้จักการใช้น้ำเสียงให้สูงหรือต่ำในการร้องเพลงเพื่อดึงความสนใจของผู้ฟังและยังเป็นการร้องเพลงไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป ซึ่งในกิจกรรมที่คุณครูให้ทำเกี่ยวกับเพลงกล่อมเด็กก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการที่คุณแม่หรือคุณพ่อร้องเพลงกล่อมเด็กในวัยเด็กเป็นการพัฒนาทักษะในเรื่องของภาษาให้กับเด็กด้วย โดยการที่คุณแม่หรือคุณพ่อร้องเพลงนั้นปากจะขยับแล้วเด็กจะจำลักษณะรูปปากและคำพูดจากปากของคุณแม่หรือคุณพ่อที่ร้องเพลงกล่อมเด็กหรือคุยกับเราในตอนเด็ก แถมยังได้ความรู้ในเรื่องของการที่แจกกระดาษว่าจะได้ทักษะในเรื่องใด โดยการที่ส่งกระดาษต่อๆไปจะเป็นการฝึกและพัฒนาเด็กในเรื่องของคณิตศาสตร์ ซึ่งถ้าเราแจกกระดาษโดยที่เดินแจกทุกๆคนเด็กก็จะไม่ได้ความรู้อะไรเลย


ในเรื่องของการทำงาน - ได้ทำงานกับกลุ่มเพื่อนซึ่งในการทำงานครั้งนี้เป็นงานที่ให้ถ่ายคลิปวีดีโอเกี่ยวกับเพลงกล่อมเด็กโดยจะให้เลือกเพลงกล่อมเด็กที่เพื่อนๆในกลุ่มเขียนมา 1 เพลงแล้วอัดคลิปวีดีโอ ซึ่งสำหรับผมผมคิดว่าการที่ทำงานอย่างนี้แสดงถึงทักษะในเรื่องของการเข้าสังคมและการกล้าแสดงออกในตอนที่ถ่ายคลิปวีดีโอ




......................................................................................................................................................................


ลิงค์วิดีโอในยูทูป : https://youtu.be/m454yyUiRHI




วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่ 2

สิ่งที่ได้เรียนรู้ - ได้รู้จักบทบาทของคุณครูและผู้ปกครองมากขึ้นพร้อมกับการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของพ่อแม่แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่แต่ละคนจะช่วยเสริมสร้างและพัฒนาการในด้านต่างๆให้กับลูก พร้อมเข้าใจถึงแนวคิดการอบรมเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น


ในเรื่องของการทำงาน - ได้รู้จักการคิดวิเคราะห์ก่อนลงมือทำผลงานที่เป็นแบบแผนและสามารถลงมือปฏิบัติได้จริง




วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่1

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ - ได้รู้จักสังเกตในสิ่งที่เพื่อนๆวาดรูปตัวเองว่ามีจุดเด่นหรือลักษณะที่มองเห็นได้ชัดเจนอย่างไรและได้ฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ใช้ในการพับกระดาษพร้อมกับฝึกสมองในเรื่องของความจำว่าในแต่ละขั้นตอนของการพับกระดาษเป็นรูปเครื่องบิน พับอย่างไรบ้าง

ครั้งที่ 6

สิ่งที่ได้เรียนรู้ : สื่อ เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวเนื้อหาจากผู้ส่งไปยังผู้รับในการเรียนการสอน   สื่อเป็นตัวกลางนำความรู้จากผู้สอนสู่...